เอ็นไขว้หน้าขาด

สาเหตุ
มีการบิดหมุนของเข่าอย่างรุนแรง จนทำให้เส้นเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด
พบบ่อยในกีฬาฟุตบอล, บาสเก็ตบอล และแบดมินตัน

อาการ
มีอาการปวดเข่ารุนแรงทันที ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้
เข่าบวมจากการมีเลือดออกในเข่า เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าขาด
จะเดินกระเผลกและไม่สามารถงอเข่าได้อยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากเอ็นไขว้หน้าขาด
หลังจากนั้นผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการเข่าหลวม หรือ เข่าทรุด เวลากระโดด วิ่ง หรือวิ่งกลับตัว
ไม่สามารถวิ่งกลับตัวได้เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าจะทำหน้าที่ยึดข้อเข่าให้มั่นคง เมื่อเอ็นไขว้หน้าขาดไปแล้ว เข่าจะเสียความมั่นคงไปอย่างมาก ผู้ป่วยที่เอ็นไขว้หน้าขาดจะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาประเภทฟุตบอลหรือบาสเก็ตบอลได้
กล้ามเนื้อต้นขาจะลีบและอ่อนแรง

การดำเนินโรค
เส้นเอ็นไขว้หน้าที่ขาด จะไม่สมานกันเองตามธรรมชาติและไม่สามารถเย็บซ่อมได้
กรณีที่ผู้ป่วยฝืนเล่นกีฬาและมีการบาดเจ็บซ้ำ จะทำให้หมอนรองเข่าฉีกขาดตามมา
และมีกระดูกอ่อนบาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดข้อเสื่อมได้
ผู้ป่วยที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา ควรรับการผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่

การรักษา
ผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (ACL reconstruction) โดยทำการย้ายเส้นเอ็นหลังต้นขา (Hamstring) มาทำเป็นเส้นเอ็นไขว้หน้าอันใหม่โดยใช้สกรูชนิดพิเศษยึดเอ็นเข้ากับกระดูก
การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเป็นการผ่าตัดที่ใช้กล้องขนาดเล็ก 4 มิลลิเมตรและเครื่องมือพิเศษขนาดเล็กผ่านทางแผลเจาะรูที่เข่า 2 รู และมีแผลใต้เข่ายาวประมาณ 3 ซม. 
ผลที่ได้รับจากการผ่าตัด คือ ข้อเข่าจะมีความมั่นคง แข็งแรงมากขึ้น
ผู้ป่วยสามารถวิ่งและกลับไปเล่นกีฬาได้เหมือนก่อนมีการบาดเจ็บ
ป้องกันการบาดเจ็บต่อหมอนรองเข่าและกระดูกอ่อนในอนาคต
 
เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ โดยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่มีประสบการณ์การส่องกล้อง
ในการผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หน้านั้น แพทย์ควรได้รับการฝึกอบรมพิเศษจนมีความชำนาญในการผ่าตัดผ่านกล้องและมีการรับรองอย่างเป็นทางการจากราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
 
ผลของการรักษา ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดเป็นสำคัญ โดยทั่วไปจะพบภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ เช่น เส้นเอ็นใหม่วางในตำแหน่งที่ไม่ดี หรือ มีการติดเชื้อหลังผ่าตัด
โดยทั่วไปผู้ป่วยควรจะกลับไปเล่นกีฬาได้ ในระยะเวลา 9 เดือนหลังผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม การทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า ก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีผลเสียอะไร ประมาณ 1-2 ปี เอ็น hamstring จะงอกขึ้นมาใหม่ได้เอง แต่ถ้าเป็นนักกีฬาวิ่งระยะสั้นอาจมีผลต่อความเร็วในการวิ่งบ้างเล็กน้อย

กรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดอย่างเดียว จะไม่ทำให้เข่าเสื่อม แต่ถ้ามีหมอนรองเข่าฉีกขาดร่วมด้วย ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้เข่าเสื่อมได้

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าจะพบเสียงในเข่าได้ในคนไข้เกือบทุกราย ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงทำให้การเคลื่อนที่ของลูกสะบ้าไม่สมดุลย์ ส่งผลให้เกิดเสียงดังขณะงอหรือเหยียดเข่า วิธีแก้ไขคือต้องออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง

10-14 วัน

9 เดือน

ถ้ามีการเย็บซ่อมหมอนรองเข่าด้วยให้ใช้ไม้ค้ำยัน 4 สัปดาห์ แต่ถ้าผ่าตัดแต่เอ็นไขว้หน้าอย่างเดียว ให้ใช้ไม้ค้ำยันแค่ 1- 2 สัปดาห์

ถ้าเป็นงานนั่งออฟฟิศให้ลาไว้ 2-4 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานหรือเดินเยอะ ให้ลาไว้ 4 สัปดาห์

ประมาณ 200,000 – 230,000 บาท แล้วแต่ รพ.และขึ้นกับว่ามีหมอนรองเข่าขาดร่วมด้วยหรือไม่

ผ่าตัดโดยใช้สิทธิ 30 บาทหรือประกันสังคมได้ แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินเพิ่มแล้วแต่ รพ.

เอ็นไขว้หน้าขาด ก็ยังสามารถออกกำลังกายได้ เช่นการวิ่ง (ทางตรง) การว่ายน้ำ และการปั่นจักรยาน

กีฬาที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และแบดมินตัน เนื่องจากกีฬาพวกนี้ ต้องมีการบิดหมุนหัวเข่า ทำให้อาจเกิดการบาดเจ็บต่อเข่าเพิ่มมากขึ้น ถ้าต้องการกลับไปเล่นจริงๆ แนะนำให้ผ่าตัดทำเอ็นไขว้หน้าใหม่ก่อน

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า ให้วิ่งจ็อกกิ้งได้เมื่อครบ 3 เดือน แต่ต้องวิ่งตรงๆเท่านั้น ห้ามวิ่งซิกแซกหรือกลับตัวเด็ดขาด

ความเสี่ยงจากการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้ามีสองเรื่องหลักๆ ที่ต้องรู้ก่อนผ่าตัด คือแผลที่เข่าติดเชื้อ และเอ็น (graft) ขาดซ้ำได้ ทั้งสองกรณีต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดซ้ำ

เยอะมากครับ ในไทยประมาณ 50,000 คนต่อปี

อาการที่สังเกตุง่ายๆหลังผ่าตัด ว่าเอ็นใหม่ (graft) ที่คุณหมอผ่าตัดให้นั้น ทำงานได้ดีหรือไม่ ก็คือถ้าหลังผ่าตัด เรารู้สึกว่าเข่าเราแน่นขึ้น เวลาหมุนตัวหรือบิดเข่า ไม่มีความรู้สึกว่าขาจะทรุดเหมือนก่อนผ่าตัด แปลว่าเอ็นที่ทำใหม่ทำงานได้ดีครับ

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าใหม่ๆ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการเหยียดเข่าให้สุดครับ ห้ามปล่อยให้เข่างอเด็ดขาด

แนะนำให้บริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ซึ่งกล้ามเนื้อมัดนี้มักจะฝ่อเล็กลงแบบอัตโนมัติในคนไข้ที่เอ็นไขว้หน้าขาด ควรบริหารโดยการทำท่าสควอท (squat)

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าจะเดินและวิ่งได้ปกติ แต่สมรรถภาพในการเล่นกีฬาอาจจะลดเหลือประมาณ 80 - 90% เมื่อเทียบกับก่อนบาดเจ็บ ส่วนนึงคนไข้มักมีอาการฝังใจหรือแหยง เลยไม่กล้าเล่นหนักเหมือนเดิม

ปัจจุบันยังไม่มีเส้นเอ็นเทียมที่ใช้แล้วได้ผลดีในระยะยาว มีแต่การใช้เส้นเอ็นจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งต้องนำเข้าเส้นเอ็นมาจากอเมริกา มีค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสนต่อเอ็นหนึ่งเส้น

Powered by MakeWebEasy.com