ผ่าตัดเพิ่มความสูง Stature Lengthening


ตัวอย่างผู้ป่วยจริง ที่ได้รับการผ่าตัดเพิ่มความสูง ด้วย Precice ที่กระดูกต้นขา  โดย นพ.ไตร พรหมแสง     


    

 

 สัมภาษณ์ผู้ป่วย หลังผ่าตัด 3 สัปดาห์


 

 การเดินของผู้ป่วย หลังผ่าตัด 1 ปี


 

การผ่าตัดเพิ่มความสูง คือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความยาวของกระดูกขาทั้งสองข้างพร้อมกัน สามารถทำได้ทั้งที่กระดูกต้นขา (femur) และกระดูกหน้าแข้ง (tibia) โดยเลือกตำแหน่งการผ่าตัดตามสรีระ ความเหมาะสม และเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย

 

กระดูกขาถูกยืดให้ยาวขึ้นได้อย่างไร?
(Distraction Osteogenesis)


- ผ่าตัดตัดกระดูกออกเป็น 2 ส่วน โดยไม่กระทบเนื้อเยื่อสำคัญ
- พักประมาณ 7–14 วัน ให้ร่างกายเริ่มสร้างกระดูกใหม่ (latent phase)
- เริ่มใช้อุปกรณ์ Precice ยืดกระดูกวันละประมาณ 1 มม.
- ยืดต่อเนื่องทุกวัน กระดูกใหม่จะค่อย ๆ สร้างขึ้นตรงกลาง (distraction phase)
- กระดูกต้นขายืดได้สูงสุดประมาณ 8 ซม. ใช้เวลาราว 3 เดือน
- หยุดยืด รอให้กระดูกใหม่แข็งแรงขึ้นอีกอย่างน้อย 3 เดือน (consolidation phase)
- กระดูกใหม่จะค่อย ๆ แข็งแรงจนใกล้เคียงกระดูกปกติในช่วงประมาณ 1 ปี
สรุปสั้น ๆ
เป็นการ “สร้างกระดูกใหม่เพิ่มขึ้น” อย่างค่อยเป็นค่อยไป

           

 

 

ภาพแผลผ่าตัด หลังทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงด้วยเทคนิค Precice (4 วันหลังผ่าตัด)

เส้นสีน้ำเงินคือตำแหน่งที่จะใช้วางรีโมทสำหรับการยืดกระดูก

 

 

 

My priority is your safety.

                                       Dr.Trai 

 

 

 

                                            

กระดูกใหม่จะค่อยๆสร้างขึ้นมา ด้วยกลไก distraction osteogenesis 
เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกที่สร้างขึ้นมาใหม่จะมีความแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนเท่ากับกระดูกปกติ

 

 

ราคาค่าผ่าตัดเพิ่มความสูง โดยประมาณ (อัพเดทข้อมูล มค. 2569)

ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ราคา 3,300,00 - 3,500,000 บาท


รวม

ค่า Precice 2 อัน (อุปกรณ์ยืดกระดูก)

การผ่าตัด IT band release

นอน รพ. 6 วัน 5 คืน

ค่าแพทย์ผ่าตัด

ค่าวิสัญญีแพทย์

ค่าเวชภัณฑ์และยาระหว่างนอน รพ.

กายภาพบำบัดระหว่างอยู่ใน รพ.

ค่ายากลับบ้าน ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

 

ไม่รวม

การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ทุกกรณี

การตรวจร่างกาย เอกซเรย์ ตรวจเลือด ก่อนผ่าตัด

กายภาพบำบัดหลังจากออกจาก รพ.แล้ว

ค่ายาที่ opd

ค่าเอกซเรย์ที่ opd

ค่าผ่าตัดเอา Precice ออก  (ราคาประมาณ 300,000 บาท)



 หมายเหตุ – ราคา Precice ที่นำเข้าจากต่างประเทศ  ชิ้นละประมาณ 1.x ล้านบาท

(อ้างอิงจากข้อมูลในอเมริกา ราคา Precice มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในปี 2569 ราคาอาจปรับเพิ่มอีก 10-20%)

 

ติดต่อสอบถาม พ.ไตร โดยตรงได้ที่     Line: @doctortrai

โทรนัดเพื่อเข้ารับคำปรึกษา ที่ รพ.สุขุมวิท  0922470592

facebook: ผ่าตัดเพิ่มความสูง

 

 

 

การดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเพิ่มความสูง จำเป็นต้องอาศัยทีมบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงและมีความพร้อมในทุกมิติ
ตั้งแต่ทีมแพทย์ พยาบาล ทีมห้องผ่าตัด ทีมกายภาพบำบัด ไปจนถึงนักโภชนาการ

ทุกเคสมีการประชุมทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านก่อนการผ่าตัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัย มีระบบ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ความปลอดภัยของผู้ป่วย และผลลัพธ์ที่ผู้ป่วยคาดหวัง คือเป้าหมายสูงสุดของเรา

 



 
Precice nail (พรีใซส์ เนล)  อุปกรณ์ที่ใส่ในโพรงกระดูก เพื่อยืดกระดูกออก  

 

 

 

หลักการทางชีววิทยาของการยืดกระดูกอาศัยกลไกที่เรียกว่า distraction osteogenesis โดยหลังจากตัดกระดูกออกเป็นสองส่วน จะทำการดึงกระดูกออกจากกันอย่างช้า ๆ ในอัตราประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อวัน แบ่งเป็น 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 0.25 มิลลิเมตร
กระบวนการดึงอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาในช่องว่าง ซึ่งเรียกว่า regenerate bone
เมื่อได้ความยาวตามเป้าหมายแล้ว จะหยุดการดึง และเข้าสู่ระยะ consolidation ซึ่งเป็นช่วงที่กระดูกใหม่ค่อย ๆ แข็งตัว โดยใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 2 เดือนหรือมากกว่า
เมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์ กระดูกที่เกิดขึ้นใหม่จะมีโครงสร้าง ความแข็งแรง และคุณสมบัติใกล้เคียงกับกระดูกปกติ


 

กระดูกต้นขา (Femur) - ความยาวที่สามารถยืดได้สูงสุดประมาณ 8 ซม. โดยใช้อัตราการยืด 1 มม./วัน เริ่มกระบวนการยืดในวันที่ 7 หลังผ่าตัด ใช้เวลายืดประมาณ 3 เดือน และเข้าสู่ระยะ consolidation อีก 3–5 เดือน ก่อนอนุญาตให้ลงน้ำหนักเดินโดยไม่ใช้ไม้ค้ำยัน


กระดูกหน้าแข้ง (Tibia) - ความยาวที่สามารถยืดได้สูงสุดประมาณ 5 ซม. ใช้อัตราการยืด 0.75 มม./วัน เริ่มยืดในวันที่ 7–10 หลังผ่าตัด ใช้เวลายืดประมาณ 2 เดือน และรอ consolidation อีก 3–5 เดือน ก่อนเริ่มเดินโดยไม่ใช้ไม้ค้ำยัน


หลังผ่าตัดต้องนอน รพ. 5-8 วัน

หลังผ่าตัดกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้  ไม่จำเป็นต้องอยู่ศูนย์ฟื้นฟู

สามารถยืนโดยใช้วอร์คเกอร์ได้

ทำกายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดที่มาดูแลที่บ้าน
สัปดาห์ละ 5–6 วัน วันละประมาณ 1 ชั่วโมง

ผู้ป่วยต้องทำกายภาพด้วยตนเองอย่างน้อยวันละ 3 เวลา ใช้เวลาอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 

 

 

                 

ขั้นตอนการผ่าตัดโดยละเอียด จาก Prof. Robert Rozbruch, Hospital for Special surgery

 

 

ความเสี่ยงจากการผ่าตัดเพิ่มความสูง
(ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้)


1. Fat Embolism (ไขกระดูกอุดตันในปอด)
พบได้ไม่บ่อย เกิดจากการที่ไขกระดูกถูกดันเข้าสู่กระแสเลือดดำขณะใส่อุปกรณ์ในโพรงกระดูก และไปอุดตันที่ปอด ทำให้มีอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก

การป้องกัน

ใช้เทคนิคการตัดกระดูกแบบเจาะรูระบายไขกระดูก
ผ่าตัดอย่างนุ่มนวล ลดแรงดันในโพรงกระดูก

2. Deep Vein Thrombosis (DVT) ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
อาจทำให้เกิดอาการปวดขา เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อย

การป้องกัน

ให้ยาป้องกันลิ่มเลือดหลังผ่าตัด
กระตุ้นการเคลื่อนไหว ขยับข้อเท้าและขาเร็ว
ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

3. Infection (การติดเชื้อ)
พบได้น้อยในการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Precice
แต่พบได้สูงกว่าในเทคนิค LON (รายงานประมาณ 10%)

แนวทางการรักษา

การติดเชื้อระดับตื้น: รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
การติดเชื้อระดับลึก: ต้องนอนโรงพยาบาล ผ่าตัดเอา nail ออก และให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องประมาณ 6 สัปดาห์
การป้องกัน

ให้ยาปฏิชีวนะขณะผ่าตัด
ดูแลแผลอย่างเคร่งครัด

4. Non-union / Delayed Union (กระดูกไม่ติด หรือ ติดช้า)
พบได้บ่อย
เกิดจากหลายปัจจัย เช่น อัตราการยืดเร็วเกินไป การสูบบุหรี่ การไม่ทำกายภาพ การไม่ลงน้ำหนักหรือชีววิทยาของกระดูกที่ไม่ดี

การป้องกัน


ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ
ควบคุมอัตราการยืดตามที่กำหนด
งดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด


แนวทางแก้ไข

ฉีด stem cell (BMAC)
Accordion technique
ใส่กระดูกในตำแหน่งที่ไม่ติด (bone graft)
เปลี่ยนเป็น trauma nail ในบางกรณี

5. Early Union (กระดูกติดเร็วเกินไป)
พบไม่บ่อย แต่ทำให้ไม่สามารถยืดกระดูกต่อได้ตามแผน

การป้องกัน

ควบคุมอัตราการยืดอย่างเคร่งครัด
ติดตาม X-ray อย่างสม่ำเสมอ

6. Axial Deviation (กระดูกขาผิดแนว)
พบได้บ่อย ในลักษณะที่เป็น knock knee  เกิดได้ทั้งจากการผ่าตัดกระดูกต้นขาและหน้าแข้ง

การป้องกัน

การวางแผนผ่าตัดอย่างละเอียด
ใส่ blocking screw ในกระดูกหน้าแข้ง


7. Nerve Injury (การบาดเจ็บของเส้นประสาท)

อาจมีอาการชาตามเส้นประสาท  พบบ่อยที่สุดที่ peroneal nerve โดยเฉพาะในการยืด tibia
ทำให้เกิดอาการปวด ชา กระดกข้อเท้าไม่ขึ้นหรืออ่อนแรงของเท้า


การดูแล

หากมีอาการมาก ต้องหยุดการยืดทันที
อาจต้องผ่าตัดเลาะพังผืดกดทับเส้นประสาท (peroneal nerve decompression)

8. Knee Joint Contracture (ข้อเข่าติด)
เหยียดเข่าไม่สุด หรือ งอเข่าไม่ลง
พบได้ในการยืดทั้ง femur และ tibia

การป้องกัน

ทำกายภาพบำบัดทุกวันอย่างเคร่งครัด
เน้น range of motion ตั้งแต่ระยะต้น   หรือหยุดยืดกระดูกเมื่อข้อติดมาก

9. Ankle Joint Equinus / Ballerina Foot (ข้อเท้าติด)
กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น
พบบ่อยในการยืดกระดูก tibia

การป้องกันและรักษา

กายภาพบำบัดทุกวัน
ในบางรายอาจต้องผ่าตัดยืดเอ็นร้อยหวาย (gastrocnemius recession)

10. Compartment Syndrome (กล้ามเนื้อขาตายจากแรงดันสูง)
พบได้ในการยืด tibia
เป็นภาวะฉุกเฉิน

การป้องกันและรักษา

เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ผ่าตัด fasciotomy ทันทีเมื่อมีข้อบ่งชี้

ความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ผู้ป่วยควรเข้าใจ
11. Proportion (สัดส่วนของร่างกาย)
การเพิ่มความสูงอาจทำให้สัดส่วนของร่างกายเปลี่ยนไป หากยืดมากเกินความเหมาะสม

การป้องกัน

วางแผนความยาวที่ยืดโดยคำนึงถึงสรีระโดยรวม
เลือกยืด femur หรือ tibia ให้เหมาะกับรูปร่างแต่ละคน

12. Pain (อาการปวด)
อาการปวดพบได้ในช่วงยืดกระดูกและกายภาพบำบัด
หรืออาจพบมีอาการปวดเรื้อรังหลังเสร็จสิ้นกระบวนการยืดกระดูกแล้วก็ตาม


การดูแล

ใช้ยาแก้ปวดอย่างเหมาะสม
ปรับแผนกายภาพตามอาการ
อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

13. Numbness (อาการชา)
เกิดจากการยืดของเส้นประสาท
ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้น


14. Abnormal Gait (การเดินผิดปกติชั่วคราว)
พบได้ในช่วงที่เริ่มลงน้ำหนักและหัดเดิน
มักดีขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงและความยืดหยุ่นดีขึ้น 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้