การเพิ่มความสูงด้วยเทคนิค LON  
 

LON (Lengthening Over Nail) คือเทคนิคผ่าตัดเพิ่มความสูงที่ใช้แกนโลหะ (trauma nail) ใส่ไปในโพรงกระดูกหน้าแข้ง และ มีโครงเหล็กอยู่ด้านนอกกระดูก (external fixator) ในที่นี้จะใช้เป็น Monolateral Fixator (LRS – Limb Reconstruction System) ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กด้านข้างขา (ตามรูป) 
ในการผ่าตัดเพิ่มความสูง แบบ LON หมอไตรจะนำมาใช้เฉพาะกับกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) เท่านั้น ไม่ใช้กับกระดูกต้นขา (Femur) เพราะมีความเสี่ยงมากเกินไป 
 
LON กระดูกหน้าแข้ง จะเพิ่มความสูงได้มากที่สุด 6 ซม.
 
 

หลักการผ่าตัด คือ
ผ่าตัดตัดกระดูกให้เป็นสองท่อน (osteotomy)
ใส่ trauma nail เข้าไปในโพรงกระดูก
ใส่ LRS monolateral fixator ยึดกระดูกจากด้านนอก
ช่วงหลังผ่าตัดเริ่ม “ค่อย ๆ ยืดกระดูก” ทิ้งช่องว่างให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาเติม
เมื่อได้ความยาวที่พอใจแล้ว ถอด LRS ออก เหลือเฉพาะ nail และทำการล็อคสกรูบริเวณปลาย nail  เพื่อให้ nail คอยพยุงจนกระดูกติดแข็ง
เมื่อติดสนิทแล้ว จึงผ่าตัดเอา nail ออกในภายหลัง ประมาณ 1 ปีถัดมา
 
 
 
ข้อดีของ LON คือ
ราคาไม่สูง
สามารถเดินลงน้ำหนักได้


LON เหมาะสำหรับคนไข้ที่
- สูงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย รู้สึกเสียความมั่นใจในชีวิตประจำวัน
- สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคเรื้อรังที่เพิ่มความเสี่ยงเกินไป
- ไม่สูบบุหรี่ (หรือยอมเลิกได้อย่างจริงจัง)
- เข้าใจว่าเป็นการรักษาที่ใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ต้องร่วมมือทำกายภาพอย่างเคร่งครัด
- มีความคาดหวังที่ “สมเหตุสมผล” ไม่ต้องการความสูงเกินขอบเขตความปลอดภัย  จะยืดได้สูงสุดไม่เกิน 6 ซม.
 
 
หมอไตรจะให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย เป็นอันดับแรก
รวมถึงความสมดุลของรูปร่าง สัดส่วนขา และ ฟังก์ชันการเดิน การวิ่ง การใช้ชีวิตในระยะยาว
 
 
My priority is your safety.

You'll be the same person, just taller.

                                       Dr.Trai 

ความปลอดภัยของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุด

คุณยังเป็นคุณคนเดิม...แค่สูงขึ้น
 
 


ขั้นตอนการประเมินก่อนผ่าตัด
ก่อนตัดสินใจทำ LON ด้วย LRS ทุกเคสจะต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียด เช่น

ซักประวัติ ตรวจร่างกายทั่วไป
เอกซเรย์วัดความยาวกระดูก วิเคราะห์แนวขาและความโก่ง/งอ
ประเมิน ความสมดุลของลำตัว-ลำขา ว่าถ้ายืดแล้วสัดส่วนจะยังดูเป็นธรรมชาติ
ตรวจเลือด ตรวจหัวใจ ปอด และโรคประจำตัวตามความจำเป็น
ประเมินสภาพจิตใจและการสนับสนุนจากครอบครัว/คนรอบตัว
วางแผนจำนวนเซนติเมตรที่ “ปลอดภัย” สำหรับเคสนั้น ๆ
รับทราบ ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลครบถ้วน




ช่วงยืดกระดูก (Distraction Phase)
หลังผ่าตัดจะมี ช่วงพัก (latency) ประมาณ 10 วัน ให้ร่างกายเริ่มสร้างเนื้อเยื่อใหม่ จากนั้นจึงเริ่ม “ยืด”
ปกติเพิ่มความยาว วันละประมาณ 0.5 มม.
แบ่งเป็น 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 0.25 มม. เพื่อให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ปรับตัวทัน
ใช้กลไกของ LRS หมุนปรับตามคำแนะนำ

ระหว่างช่วงยืดจะต้อง
เอกซเรย์ติดตามเป็นระยะ  ทุก 2 สัปดาห์  เพื่อตรวจดูคุณภาพของกระดูกใหม่ (regenerate)
ปรับความเร็วการยืดช้าลงหรือหยุดชั่วคราว ถ้า regenerate บางเกินไป ข้อติด หรือมีอาการชาตามเส้นประสาท
ทำกายภาพทุกวันเพื่อป้องกันข้อเข่าติด ข้อเท้าติด
 
เมื่อยืดถึงความยาวที่ต้องการและได้ความสูงตามเป้าหมายแล้ว จะผ่าตัดอีกครั้งเพื่อถอด LRS monolateral fixator ออก
เหลือเฉพาะ nail อยู่ในโพรงกระดูก

ช่วงรอกระดูกติด (Consolidation Phase)
ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างกระดูกให้แข็งขึ้นเรื่อย ๆ
โดยใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือน กระดูกจึงจะแข็งแรง


 




ระยะเวลารวมคร่าว ๆ
ตัวเลขนี้เป็นเพียงภาพรวมโดยประมาณ (ขึ้นกับอายุ คุณภาพกระดูก ระยะที่ยืด และการทำกายภาพ)

นอนโรงพยาบาล : 6 วัน 5 คืน
ช่วงยืดกระดูก : 3 เดือน ตามเซนติเมตรที่ต้องการเพิ่ม
ช่วงรอกระดูกติด : 2-4 เดือน   ต้องเดินใช้ไม้ค้ำยัน
เดินกลับมาใกล้เคียงปกติ : ประมาณ 10-12 เดือนหลังผ่าตัด   ซึ่งต้องอาศัยกายภาพต่อเนื่องจนกล้ามเนื้อและข้อกลับมาแข็งแรง


 

ปัญหาที่พบบ่อยจาก LON 
มี pin-site infection (การติดเชื้อบริเวณรูเหล็ก) ได้ ต้องดูแลอย่างเคร่งครัด
มีแผลและรอยแผลเป็นจากตำแหน่ง pin หลายตำแหน่ง
อาจรู้สึกเกะกะเจ็บตึงเวลานั่ง นอน หรือพลิกตัวบางท่า


ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรู้
การผ่าตัดเพิ่มความสูงทุกเทคนิคมีความเสี่ยง LON ก็เช่นกัน ผมจะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายและวางแผนป้องกันให้ดีที่สุด
ตัวอย่างความเสี่ยงที่อาจพบได้ เช่น

การติดเชื้อบริเวณรูเหล็ก (Pin-site infection)
พบบ่อยในเทคนิคที่มีโครงภายนอก
ป้องกันด้วยเทคนิคผ่าตัดที่สะอาด การให้ยาปฏิชีวนะ และการทำแผลทุกวัน

กระดูกติดช้า / กระดูกไม่ติด (Delayed / Non-union)
พบได้ถ้ายืดเร็วเกินไป สูบบุหรี่ หรือคุณภาพกระดูกไม่ดี
แก้ไขได้ด้วยการปรับอัตราการยืด ฉีดกระตุ้นการสร้างกระดูก หรือผ่าตัดเสริมกระดูก

กระดูกติดผิดแนว (Axial deviation)
เช่น เข้าขาโก่งหรือเข่าชิดเกินไป
ป้องกันด้วยการวางแผนและผ่าตัดที่ละเอียด ใช้ X-ray และการปรับ LRS ระหว่างติดตามผล

เส้นประสาทถูกยืดมากไป ชา/ปวดแสบร้อน  เส้นประสาทบาดเจ็บ
พบได้ในรายที่ยืดเร็วเกินไปหรือกล้ามเนื้อตึงมาก
ต้องหยุด/ชะลอการยืด และทำกายภาพอย่างใกล้ชิด

ข้อเข่าติด ข้อเท้าติด (Joint contracture)
ป้องกันด้วยการทำกายภาพทุกวันตามโปรแกรมที่วางไว้
อาจต้องผ่าตัดทำ gastronemius recession คือการผ่าตัดยืดเอ็นร้อยหวาย

กระดูกติดเชื้อแบคทีเรียในชั้นลึก

เส้นเลือดดำที่ขาหรือปอดอุดตัน

Fat embolism  ภาวะไขกระดูกอุดตันที่ปอดหลังผ่าตัด

โลหะดามดามหักหรืองอ

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดใหญ่และการดมยา ซึ่งทีมวิสัญญีและศัลยแพทย์จะช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด



เป้าหมายของผมคือ ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด และถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ต้องตรวจพบเร็วและแก้ไขอย่างถูกวิธี



ราคาค่าผ่าตัดเพิ่มความสูง LON แบบเหมาจ่าย (อัพเดทข้อมูล พย.2568)

ราคา 385,000 บาท  (ราคาโดยประมาณ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้)

รวม
  • ค่า trauma nail 2 อัน 
  • ค่า monolateral fixator (LRS) 2 อัน
  • นอน รพ. 6 วัน 5 คืน
  • ค่าแพทย์ผ่าตัด
  • ค่าวิสัญญีแพทย์
  • ค่าเวชภัณฑ์และยาระหว่างนอน รพ.
  • อุปกรณ์ช่วยประคองเดิน walker แบบมีล้อ
  • ค่ายากลับบ้าน 1 เดือน
  • ค่าแพทย์ตรวจติดตามหลังผ่าตัดที่โอพีดี
  • ค่าผ่าตัดเพื่อเอา LRS ออก


 

ไม่รวม
  • การตรวจร่างกาย เอกซเรย์ ตรวจเลือด ก่อนผ่าตัด
  • การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ทุกกรณี
  • การผ่าตัดยืดเส้นเอ็นร้อยหวาย gastrocnemius recession กรณีที่มีข้อเท้าติด
  • กายภาพบำบัดหลังจากออกจาก รพ.แล้ว
  • ค่าตรวจเอกซเรย์หลังผ่าตัดที่โอพีดี
  • ค่ายาหลังผ่าตัดตั้งแต่เดือนที่ 2 
  • ค่าผ่าตัดเอา Trauma nail ออก 




 
สอบถามผ่าน Line: @doctortrai
 
 
 
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้